สามจุกหายไปไหน “น้องมะลิ” ลุคปัจจุบัน…หนูสวยตามแม่

สามจุกหายไปไหน "น้องมะลิ" ลุคปัจจุบัน...หนูสวยตามแม่

ใครๆ ก็คงคิดถึง “มะลิสามจุก” อาจจะต้องอดทนคิดถึงต่อไปก่อน เพราะเดี๋ยวนี้ “น้องมะลิ” ในวัยซุกซน เจริญเติบโตเป็นสาวน้อยขึ้นทุกวัน ภาพเก่าๆ กับการมัดผมจุกอาจจะเลือนหายไปบ้าง เพราะคนเราก็ต้องเปลี่ยนสไตล์ในแต่ละวัน เช่นเดียวกับปัจจุบัน “น้องมะลิ” ก็กลายเป็น สาวน้อยผมยาวสลวย จะดูหวานก็ไม่เชิง จะดูเซอร์ก็ไม่ชัด

ภาพอิริยาบถต่างๆ ของน้องมะลิ ในมาดปล่อยผมยาวดกดำ ยังน่ารักเหมือนเดิม ยิ่งโพสท่าคู่กับ แม่โบ แวนด้า เหมือนก็อปปี้สำเนาถูกต้องมาวางคู่กันเลยทีเดียว อันที่จริง มะลิสามจุก ก็ยังไม่ได้หายไปไหนไกล เพียงแต่ว่าช่วงนี้พี่ลิจ๋าอยากปล่อยผมสวยๆ เปลี่ยนลุคดูบ้าง รับรองว่า…สามจุกจะกลับมาแน่ๆ

 

น้องมะลิ

น้องมะลิ

น้องมะลิ

น้องมะลิ

น้องมะลิ

ที่มา :  kapook


รับทำ SEO บริการอันดับ 1 ด้านเว็บไซต์แบบครบวงจร เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ สร้างยอดขายไร้ขีดจำกัด สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า10ปี คลิกเลย! รับทำ SEO

คอหวยฮือฮา เห็นเลข 7 ชัด ใกล้ปากตุ๊กแกที่คำชะโนด

คอหวยฮือฮา เห็นเลข 7 ชัด ใกล้ปากตุ๊กแกที่คำชะโนด

         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.20 น. (15 ต.ค.) ที่เกาะคำชะโนดบ้านโนนเมือง หมู่ที่ 11  ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ว่า มีคอหวยที่ชอบเสี่ยงเดินทางมากันเป็นจำนวนมาก เพื่อกราบไหว้ปู่ศรีสุทโธแม่ย่าศรีปทุมมา ส่วนมากนักท่องเที่ยวที่มาก็หวังเรื่องของโชคลาภกันส่วนหนึ่ง

หลังจากนักท่องเที่ยวได้จัดเตรียมเครื่องไหว้ปู่เสร็จแล้ว ก็เดินเข้าสู่เกาะคำชะโนดหลังจากไหว้ปู่ศรีสุทโธแล้วขอพรขอความเป็นสิริมงคล แล้วก็เดินเข้าไปบริเวณต้นมะเดื่อยักษ์ทำเอาทางเข้าบริเวณนั้นแคบลงทันที ต่างคนก็มุ่งหวังเพื่อหาเลขเด็ด โดยการใช้แป้งทาลูบไปมาตามต้นมะเดื่อยักษ์ แล้วใช้โทรศัพท์มือถือมาถ่ายรูปไหว้เพื่อหาตัวเลขเด็ด ซึ่งแต่ละคนจะเห็นไม่เหมือนกัน บางคนก็เห็น 53,63,32

ในขณะที่ทุกคนต่างกำลังหาเลขเด็ดตามต้นมะเดื่ออยู่นั้น มีคนทักว่าให้ระวังตุ๊กแก 2 ตัว อยู่ในซอกต้นมะเดื่อ ตุ๊กแกตัวหนึ่งหันหัวขึ้นอีกตัวหนึ่งมีขนาดใหญ่หันหัวลง และบริเวณใกล้กับปากตุ๊กแกพบเลขเด็ดมองเห็นตัวเลขเด่นชัดมากคือเลข ๗ เป็นเลขไทยแต่อีกตัวอื่นไม่เห็น คอหวยตีเป็นเลขเด็ด 87,89

ทั้งนี้ หลังจากคอหวยนักเสี่ยงโชคได้หวยแล้วก็ออกมาด้านนอก ซึ่งก่อนเดินทางกลับบ้านได้ซื้อเลขเด็ดที่แผงขายลอตเตอรี่ติดไม้ติดมือไปด้วย

ที่มา :  kapook


รับทำ SEO บริการอันดับ 1 ด้านเว็บไซต์แบบครบวงจร เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ สร้างยอดขายไร้ขีดจำกัด สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า10ปี คลิกเลย! รับทำ SEO

สุดวิจิตร…โรงพยาบาลศิริราช จัดแสดงแสง สี สื่อผสม ร.๙ แสงนำใจไทย

 

         โรงพยาบาลศิริราชจัดงาน ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์ ร่วมร้องเพลงความฝันอันสูงสุด ประกอบการแสดง แสง สี สื่อผสม ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์ แสงแห่งแผ่นดิน ตราบนิจนิรันดร์ วันที่ 13 ตุลาคม 2560 โรงพยาบาลศิริราช ได้จัดงาน ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์ เนื่องในวันครบรอบ 1 ปี ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคต โดยงานเริ่มตั้งแต่เวลา 05.30 น. เป็นต้นมา

กระทั่งเวลา 18.30 เป็นต้นมา ผู้บริหาร แพทย์ พยาบาลผู้ถวายงาน บุคลากรศิริราช จำนวน 420 คน ณ ลานพระราชานุสาวรีย์ฯ ได้ร่วมกันร้องเพลงความฝันอันสูงสุดประกอบการแสดงแสง สี สื่อผสม ในชุด “ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์ แสงแห่งแผ่นดิน ตราบนิจนิรันดร์” และมีการแสดงแสงสีฟ้ารูปเลข ๙ อีกทั้งมีการยิงแสงสีแดง ขาว น้ำเงิน จากตึก 72 ปี อีกด้วย

 

 

ที่มา :  kapook


รับทำ SEO บริการอันดับ 1 ด้านเว็บไซต์แบบครบวงจร เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ สร้างยอดขายไร้ขีดจำกัด สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า10ปี คลิกเลย! รับทำ SEO

วันนี้เมื่อปีที่แล้ว ลำดับเหตุการณ์ 13 ตุลาคม วันสวรรคต ในหลวง ร.9

        วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ เป็นวันที่ประชาชนคนไทยต่างมีความรู้สึกโศกเศร้าอาลัยกันถ้วนหน้า เมื่อสำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จสวรรคตเมื่อเวลา ๑๕.๕๒ น. นับเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่คนไทยมิอาจลืมเลือน เพราะนอกจากพระองค์จะทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจคนไทยทั้งชาติแล้ว พระองค์ยังทรงเป็น “พ่อของแผ่นดิน” อันเป็นที่รักยิ่งของลูกหลานไทยทุกคน โดยการนี้จึงขอย้อนรำลึกเหตุการณ์ “ในหลวงรัชกาลที่ ๙ เสด็จสู่สวรรคาลัย” ตั้งแต่วันที่ ๑๒ ถึง ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๙ มา ณ ที่นี้

สำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ ๓๘ ลงวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๙ เรื่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช พสกนิกรชาวไทยจากทั่วทุกสารทิศพร้อมใจแต่งกายสวมเสื้อสีชมพูและสีเหลือง เดินทางมาที่บริเวณศาลาศิริราช ๑๐๐ ปี ร่วมกันสวดมนต์โพชฌังคปริตร เพื่อถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์ และต่างพร้อมใจกันเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” จนดังกึกก้อง

 

๐๗.๐๐ น. เสียงสวดมนต์ดังกระหึ่มโรงพยาบาลศิริราช

บรรยากาศที่ศาลาศิริราช ๑๐๐ ปี โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่ช่วงเช้า พสกนิกรไทยพร้อมใจกันมาสักการะสวดมนต์ ตั้งจิตอธิษฐานต่อหน้าพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อถวายพระพรชัยมงคลขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว พสกนิกรบางส่วนยังได้บูชาพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และนั่งสวดมนต์อย่างสงบ ด้วยการหันหน้าไปยังตึกที่ประทับ ขณะเดียวกัน ภายในโรงพยาบาลศิริราชยังได้เปิดเพลงเกี่ยวกับพ่อ ขับร้องโดย เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ ศิลปินนักร้องชื่อดังอีกด้วย

๑๔.๒๐ น. บรรยากาศรอบตัวเริ่มเงียบงัน

สำนักพระราชวังประกาศงดลงนามถวายพระพร ณ ศาลาสหทัยสมาคมในพระบรมมหาราชวัง พร้อมขอให้ประชาชนนับร้อยคนเคลื่อนย้ายออกจากศาลาฯ บรรยากาศรอบตัวเริ่มหม่นหมอง พสกนิกรไทยเฝ้าแต่ภาวนาเงียบๆ อยู่ในใจให้ทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่คิด แต่เสียงสวดมนต์ที่โรงพยาบาลศิริราชนั้นกลับดังกึกก้องมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะประชาชนทุกหมู่เหล่าต่างเดินทางมารวมตัวกันเพื่อส่งกำลังใจให้พระองค์

๑๘.๔๗ น. ปาฏิหาริย์ไม่มีจริง

สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ เรื่อง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต โดยระบุว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปประทับรักษาพระอาการประชวร ณ โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันศุกร์ที่ ๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ ตามที่สำนักพระราชวังได้แถลงให้ทราบเป็นระยะนั้น แม้คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ แต่พระอาการประชวรยังคงทรุดหนักลงตามลำดับ และเสด็จสวรรคตด้วยพระอาการสงบ ณ โรงพยาบาลศิริราช เวลา ๑๕ นาฬิกา ๕๒ นาที ของวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ สิริพระชนมพรรษาปีที่ ๘๙ ทรงครองราชสมบัติได้ ๗๐ ปี

๑๘.๕๒ น. เสียงร่ำไห้สะท้านสะเทือนแผ่นดินไทย

เมื่อสิ้นเสียงประกาศแถลงการณ์จากสำนักพระราชวัง ทุกอย่างเงียบงันไปชั่วขณะ ก่อนที่พสกนิกรไทยจะร่ำไห้กันระงมโรงพยาบาลศิริราช ประชาชนทั่วประเทศเฝ้าติดตามข่าวสารด้วยความอาลัย ที่ต้องสูญเสีย “พ่อ” ผู้เป็นที่รักยิ่งในดวงใจไป

๑๙.๐๐ น. นายกฯ แถลงผ่านโทรทัศน์ ถือเป็นวันวิปโยคครั้งใหญ่ของชาวไทย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ระบุว่า วันที่ปวงชนชาวไทยไม่แม้แต่จะนึกคิด ไม่แม้แต่จะปรารถนาได้มาถึง ถือเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ นับแต่การเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๘ เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๔๘๙

๒๑.๔๐ น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ขอร่วมทำพระทัยกับประชาชน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมารฯ ได้ทรงรับสั่งไว้ว่า พระองค์ท่านทรงรับพระราชทานเป็นองค์รัชทายาทอยู่แล้วในปัจจุบัน แต่ทรงขอเวลาทำพระทัยและแสดงความเสียใจร่วมกับประชาชนทั้งประเทศไปก่อนในระยะเวลานี้ และเมื่อถึงเวลาอันเหมาะสมจะทรงปฏิบัติหน้าที่องค์รัชทายาทในส่วนของพระราชภารกิจต่างๆ หวังว่าทุกคนคงเข้าใจและไม่ทำให้ทุกอย่างวุ่นวาย

๒๓.๑๐ น. พสกนิกรไทยขออยู่ใกล้พ่อในวาระสุดท้าย

บรรยากาศที่โรงพยาบาลศิริราช พสกนิกรจากทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลเดินทางมายังโรงพยาบาลศิริราช เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีและถวายความอาลัย พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จนแน่นขนัด แม้หลายคนจะเข้าไปยังบริเวณโรงพยาบาลไม่ได้ แต่ก็ยังคงปักหลักอยู่บริเวณโดยรอบเพื่อขอให้ได้อยู่ใกล้ “พ่อ” เป็นครั้งสุดท้าย ในค่ำคืนอันแสนหม่นหมองนี้

๐๘.๓๐ น. ประชาชนหลั่งไหลถวายน้ำสรงพระบรมศพ

ประชาชนจำนวนมากเข้าถวายน้ำสรงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ซึ่งประดิษฐาน ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง บรรยากาศเป็นไปอย่างเศร้าสลด ในแววตาของทุกคนล้วนเต็มไปด้วยน้ำตาแห่งความอาลัยให้กับองค์พระประมุขที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย

๑๐.๐๐ น. ถนนทุกสายคลาคล่ำไปด้วยผู้คนทั้งสองฟากฝั่งเส้นทางเคลื่อนพระบรมศพ

ตลอดเส้นทางที่ขบวนอัญเชิญพระบรมศพจะต้องเคลื่อนผ่าน นับตั้งแต่โรงพยาบาลศิริราชไปยังพระบรมมหาราชวัง ต่างมีประชาชนมาจับจองที่นั่งเต็มทั้งสองฟากฝั่ง เพื่อเฝ้าถวายสักการะพระบรมศพ แม้อากาศจะร้อนแต่ใจของทุกคนนั้นกลับมุ่งมั่นไม่ท้อถอย ขอเพียงให้ได้เข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิด

๑๕.๕๖ น. เริ่มเคลื่อนขบวนอัญเชิญพระบรมศพ

ขบวนอัญเชิญพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ออกจากโรงพยาบาลศิริราช สู่พระบรมมหาราชวัง โดยรถตู้ทะเบียน ๑ด๐๙๒๙ ซึ่งรถของสมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร นำขบวนอัญเชิญพระบรมศพฯ

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จตามพระบรมศพ ตลอดเส้นทาง มีกำลังพล เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ทั้งในและนอกเครื่องแบบ จำนวน ๒,๒๐๖ นาย ถวายการรักษาความปลอดภัย

สองข้างทางมีพสกนิกรที่มาเฝ้าสองข้างทางนับแสนคน หมอบกราบลงกับพื้น ตลอดเส้นทางของการเคลื่อนพระบรมศพออกจาก รพ.ศิริราช เข้าสู่พระบรมมหาราชวัง เสียงสะอื้นไห้ดังระงมไปพร้อมกันอย่างมิได้นัดหมาย บ่งบอกถึงความอาลัยจากทุกดวงใจแด่ ธ ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย

 

 

 

ที่มา :  sanook


รับทำ SEO บริการอันดับ 1 ด้านเว็บไซต์แบบครบวงจร เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ สร้างยอดขายไร้ขีดจำกัด สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า10ปี คลิกเลย! รับทำ SEO

ภาพล่าสุด พิ้งกี้และคุณแม่ เดินทางไปกราบพ่อหลวง

ภาพล่าสุด พิ้งกี้และคุณแม่ เดินทางไปกราบพ่อหลวง

          ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องเตียงหักของคู่ นางเอกสาวหน้าคม พิ้งกี้ สาวิกา และสามีไฮโซ เพชร อิทธิที่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากเจ้าตัว ซึ่งทางด้านสามีพิ้งกี้ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความล่าสุดแล้วว่า “ขอเป็นคนสุดท้ายที่ให้ถ้อยความนะครับ” ซึ่งนั่นก็คือต้องรอให้พิ้งกี้ออกมาพูดก่อนนั่นเอง

ซึ่งล่าสุด (11 ต.ค.) ก็ได้มีภาพพิ้งกี้ และคุณแม่อ้อย เดินทางไปกราบพระบรมศพ รัชกาลที่9 กับพี่คนสนิท และแคปชั่นที่เขียนไว้ว่า “คิดถึงพ่อหลวงของแผ่นดิน #ธสถิตในดวงใจนิรันดร์ #พระราชาของประชาชน” และนี่คือความเคลื่อนไหวล่าสุดของพิ้งกี้ หลังจากที่แฟนๆ เฝ้ารอว่าเธอจะออกมาพูดเรื่องความรักว่าอย่างไร

 

 

ที่มา : sanook


รับทำ SEO โปรโมทเว็บไซต์ ให้ติดหน้าแรก Google เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ เพื่อเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจสูงสุด รับประกันอันดับทำ SEO ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ สนใจคลิกเลย! รับทำ SEO

หลวงพ่อเป่าไฟ ถูกวิจารณ์ยับ แจงชาวบ้านขอเพื่อสิริมงคล

หลวงพ่อเป่าไฟ ถูกวิจารณ์ยับ แจงชาวบ้านขอเพื่อสิริมงคล

         จากกรณีที่ในโลกโซเชียลมีการกระหน่ำแชร์ภาพพระสงฆ์ คือพระปลัดรัตนชัย อสิงสโก เจ้าอาวาสวัดป่ารัตนสุทธิกระทม ต.ทับทัน อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ขณะกำลังพ่นลูกไฟ กลางงานแห่กฐินสามัคคีภายในวัด ซึ่งมีช้าง 4 เชือกและชาวบ้านในพื้นที่ร่วมงานแห่กฐินจำนวนมาก จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม เมื่อวันที่ 8 ต.ค.2560 ที่ผ่านมา ล่าสุด วันนี้ (10 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่เดินทางไปยังวัดป่ารัตนสุทธิกระทม เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และได้พบกับพระปลัดรัตนชัย อสิงสโก เจ้าอาวาสวัดป่ารัตนสุทธิกระทม อายุ 44 ปี ที่ศาลาการเปรียญภายในวัด ก่อนจะทำการสาธิตการพ่นลูกไฟให้ผู้สื่อข่าวดู

โดยการให้ลูกศิษย์นอนคว่ำหน้า จากนั้นใช้ผ้าขาวคลุม ก่อนจะจุดเทียน ร่ายมนต์คาถาหลวงปู่สรวง เทวดาเดินดิน ระหว่างรอให้น้ำตาเทียนหยดลงขัน เมื่อได้น้ำตาเทียนที่ไหลหยดลงในขันในปริมาณที่ต้องการ จึงยกขันน้ำตาเทียนร้อนๆ เข้าปากเพื่ออมน้ำตาเทียนไว้ โดยที่หลวงพ่อไม่มีทีท่าว่าจะร้อนหรือลวกปากแต่อย่างใด ก่อนจะพ่นน้ำตาเทียนผ่านเปลวไฟของเทียน จนไฟลุกพรึบผ่านคนที่นอนคลุมผ้าอยู่ โดยผู้ที่เข้ามาให้หลวงพ่อเป่าไฟให้นั้น ต่างเชื่อกันว่าจะเป็นสิริมงคล ช่วยขจัดปัดเป่าสิ่งไม่ดี สิ่งชั่วร้ายและโรคภัยไข้เจ็บออกไปจากตัว

พระปลัดรัตนชัย อหิงสโก เจ้าอาวาสวัดป่ารัตนสุทธิกระทม อายุ 44 ปี เปิดเผยว่า การเป่าไฟในภาพที่มีการแชร์ออกไป เป็นการเป่าไฟเพื่อเอาฤกษ์เอาชัย ในงานทอดกฐินสามัคคี เพื่อเคลื่อนขบวนแห่เพื่อเป็นสิริมงคล ซึ่งศิษยานุศิษย์ที่เป็นเจ้าภาพงาน ต้องการให้หลวงพ่อเป่า ซึ่งก็จะเป็นคนที่มาให้หลวงพ่อเป่า ประพรมน้ำมนต์ มีการคลุมผ้าขาว ก่อนเป่าเพื่อปัดเป่าสิ่งที่ไม่ดีอยู่ในตัวออกไป อยู่เป็นประจำ ญาติโยมที่เจ็บป่วยก็หาย จึงเกิดศรัทธา มาร่วมงานกฐินกันทุกปี

แต่ระยะนี้ตนก็ไม่ได้เป่าไฟหรือทำพิธีปัดเป่าให้ลูกศิษย์มาประมาณ 3 เดือนแล้ว แต่วันงานกฐิน ศิษยานุศิษย์อยากให้เป่าเพื่อเอาฤกษ์เอาชัยเท่านั้น แทนการจุดพลุจุดตะไลที่มีเสียงดังอึกกระทึกครึกโครม ซึ่งอาตมาเองตอนเด็กๆ ก็เป็นศิษย์หลวงปู่สรวง เทวดาเดินดิน ส่วนการคลุมผ้าเป่าไฟ ก็เป็นการให้ธาตุไฟแก่โยม เป็นความเชื่อ ไม่เป็นอันตราย หลังเป่าไปอาจจะช่วยปัดเป่าสิ่งไม่ดี เป็นการให้กำลังใจญาติโยม ก็หายป่วยหลายคน ญาติโยมจึงพากันมาให้หลวงพ่อเป่าให้อย่างต่อเนื่องมา 8-9 ปีแล้ว ซึ่งครั้งนี้หลวงพ่อก็ไม่อยากเป่าให้ญาติโยมมากมายหลายคน จึงขอเป่าแค่เป็นพิธีก่อนเคลื่อนขบวนแห่กฐิน แห่ช้างเท่านั้นเอง

ถ้าจะจุดพลุเสียงดังเอิกเกริกก็คงไม่เหมาะสมในช่วงนี้ จึงเป่าเพื่อบูชาไฟ ไฟเป็นสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ เช่นมีการจุดตะไล บั้งไฟ เพื่อขอให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล หลังจากหลวงพ่อเป่าไฟ ญาติโยมก็เอาขี้เทียนที่หลวงพ่อเป่าในวันนั้น ไปใส่เป็นน้ำมนต์เพื่อไปรดน้ำมนต์เป็นสิริมงคลกับลูกหลาน กลับไปกิจการจะได้ดีขึ้น ที่เป่าคือใช้น้ำตาเทียนเป่า ในพระธรรมวินัย ที่บอกว่าห้ามอวดอุตริมนุษยธรรม ตนเองก็ไม่ได้อวดอ้างอะไร เป่าเพื่อเป็นการอนุเคราะห์ สงเคราะห์ เพราะโยมขอร้อง ถือว่าข้อนี้ยังไม่ผิด ไม่ได้ทำอะไรที่ผิดร้ายแรง แต่ถ้าในพระธรรมวินัย  ศีลมี 227 ข้อ ข้อที่ห้ามคือปาราชิก 4 ก็ไม่ได้อยู่ในขั้นที่ว่าหนัก เป็นการสงเคราะห์ อนุเคราะห์คือสิ่งที่ประเสริฐ คือสิ่งที่ดีเป็นการให้กำลังใจญาติโยม มีกำลังใจที่จะดำเนินชีวิตต่อไป

ที่ผ่านมาเป่าให้โยม จากที่เจ็บแข้งเจ็บขาเขาก็หาย  จึงถวายปัจจัยหลวงพ่อ หลวงพ่อก็เอาปัจจัยทั้งหมดไปสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่และโบสถ์วัดที่กำลังสร้าง และยังไม่เสร็จ รวมทั้งสร้างเมน เพื่อสืบทอดและจรรโลงศาสนาต่อไป หลวงพ่อกล่าว

 

 

ที่มา : sanook


รับทำ SEO โปรโมทเว็บไซต์ ให้ติดหน้าแรก Google เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ เพื่อเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจสูงสุด รับประกันอันดับทำ SEO ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ สนใจคลิกเลย! รับทำ SEO

‘หมอลักษณ์’ฟันธง ราศีใดจะรวยออนไลน์ หนึ่งปีจากนี้ดวงชะตารับทรัพย์เงินทอง-สำเร็จทุกเรื่อง

 

 

ดวงใครจะรวย รีบเช็คกันด่วน หมอลักษณ์ เรขานิเทศ ฟันธง ราศีที่จะรวยออนไลน์ คือ ราศีกันย์ (เกิดระหว่างวันที่ 1 ก.ย. – 16 ต.ค.) โดยธุรกิจออนไลน์เติบโตอย่างฟู่ฟ่า เข้าถึงคนง่าย ปรากฏการณ์ราหูย้ายราศี และการย้ายดาว ราศีกันย์ นับจาก 6 ก.ย. 1 ปีเต็มจากนี้ บุญที่เคยสร้างจะมาเกื้อหนุนดวงชะตา การงานจะนำพาความสำเร็จมาให้ เห็นเด่นชัด คือ เรื่องเงิน มีชื่อเสียง กระแสทุกอย่างสำเร็จหมด สำหรับ ราศีกันย์ ฟันธง

ส่วนราศีที่จะเสียทรัพย์เพราะคนใกล้ชิด คือ ราศี มิถุน (เกิดระหว่างวันที่ 14 มิ.ย. – 14 ก.ค.) เพราะความโลภ กับ ใจอ่อน ราศีนี้ขี้สงสาร ต้องระมัดระวัง ปีครึ่งจากนี้ ไม่ให้ใครยืมเงิน จะไม่ได้คืน จะให้ให้ไปเลย อย่าโลภ เค้ามาหลอกลงทุน อย่าโลภ จะไม่เสียหาย เสียเงินทอง

 

 

ที่มา : khaosod


สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ 1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO

หมอผงะ ตรวจเด็กชายปวดท้องเรื้อรัง 15 ปี เจอร่างทารกฝังอยู่ในตัว

 

เด็กชาย วัย 15 ปี ป่วยท้องอืดเรื้อรัง แพทย์สแกนพบร่างทารกในท้อง เหตุผิดปกติตั้งแต่เป็นตัวอ่อนในครรภ์แม่ สุดหายากพบ 1 ใน 5 ล้าน เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2560 เว็บไซต์เดลี่เมล รายงานข่าวสุดประหลาด หลังแพทย์ทำการผ่าตัดเอาซากทารกออกมาจากร่างเด็กชายวัย 15 ปี ซึ่งพบว่าร่างดังกล่าวได้แอบเจริญเติบโตในตัวของเขามาตั้งแต่กำเนิด เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่ เด็กชายวัย 15 ปี รายหนึ่ง จากมาเลเซีย มีอาการปวดท้องและท้องอืดเรื้อรังมาเป็นเวลายาวนาน ส่งผลให้แพทย์โรงพยาบาลสุลต่าน อับดุล ฮาลิม ในเมืองซันไก เปตานี จำเป็นต้องสแกนดูเพราะหวั่นว่าจะเจอเนื้องอก แต่กลับต้องผงะเมื่อพบว่าก้อนเนื้อดังกล่าวเป็นซากทารกซึ่งฝังตัวอยู่ในร่างกายเด็กรายนี้มายาวนาน และจำเป็นที่จะต้องผ่าตัดออกมาโดยด่วน

การผ่าตัดเป็นไปด้วยความระมัดระวัง ซึ่งสุดท้ายแพทย์ก็ประสบความสำเร็จในการนำซากทารกดังกล่าวออกมา และพบว่าทารกนี้มีน้ำหนัก 1.6 กิโลกรัม ยาว 23.6 เซนติเมตร ไม่มีปาก ไม่มีรก แต่มีการเจริญเติบโตมาได้ระยะหนึ่ง จนมีเส้นผมและอวัยวะเพศชายแล้ว ขณะที่กะโหลกนั้นบิดเบี้ยวผิดส่วน รวมถึงมีกระดูกสันหลังที่ยาวแต่ไม่เหมือนรูปทรงปกติภายหลังจากนำเอาซากทารกออกมาจากท้องเด็กชายได้แล้วนั้น ทางครอบครัวก็ได้นำร่างดังกล่าวกลับไปบ้านเกิดเพื่อทำพิธีทางศาสนาต่อไป ขณะที่เด็กชายนั้นก็ไม่ได้เจอกับผลข้างเคียงหลังผ่าตัด โดยตอนนี้ร่างกายเริ่มจะฟื้นฟูได้ดีขึ้นตามลำดับแล้ว

สำหรับแฝดปรสิต หรือ Foetus in fetu เป็นภาวะความผิดปกติด้านพัฒนาการของตัวอ่อนระหว่างที่อยู่ในครรภ์ เมื่อตัวอ่อนแฝดรายหนึ่งมีพัฒนาการผิดปกติ ดันตัวเองเข้าไปอยู่ในร่างของฝาแฝดตัวเองผ่านสายสะดือ จากนั้นก็อาศัยอยู่ในร่างของฝาแฝดเป็นแฝดกาฝาก ซึ่งปกติแล้วพบเจอได้ยาก โดยมีโอกาสเกิดขึ้นได้แค่ 1 ใน 5 ล้านคน เลยทีเดียว

 

ที่มา : sanook


สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ 1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO

 

ประกาศปิดถนน 18 เส้นทาง วันที่ 7 ต.ค. ซ้อมย่อยงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

         ประกาศปิดถนน 18 เส้นทาง วันที่ 7 ตุลาคม 2560 เหตุเป็นวันซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2560 เว็บไซต์ kingrama9 รายงานว่า วันที่ 7 ตุลาคม 2560 จะมีการซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทำให้มีการปิดถนนชั้นใน 18 เส้นทาง ตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคมนี้ เวลา 22.00 น.

สำหรับถนน 18 เส้นทาง มีดังนี้

         1. ถนนราชดำเนิน
2. ถนนสนามไชย
3. ถนนหลักเมือง
4. ถนนกัลยาณไมตรี
5. ถนนเจริญกรุง
6. ถนนพระพิพิธ
7. ถนนท้ายวัง
8. ถนนมหาราช (ข้างพระบรมหาราชวัง)
9. ถนนมหาราช (ข้างวัดพระมหาธาตุ)
10. ถนนพระจันทร์
11. ถนนเศรษฐการ
12. ถนนเชตุพน
13. ถนนพระยาเพชร
14. ถนนหน้าพระลาน
15. ถนนหน้าพระธาตุ
16. ถนนราชินี
17. ถนนพระอาทิตย์
18. ซอยสราญรมย์

ที่มา : kapook


รับทำ SEO โปรโมทเว็บไซต์ ให้ติดหน้าแรก Google เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ เพื่อเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจสูงสุด รับประกันอันดับทำ SEO ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ สนใจคลิกเลย! รับทำ SEO

เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจร้านสะดวกซื้อ ขายเบียร์แบบตู้กด ยันไม่ผิด กม.

         กรมควบคุมโรค ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านสะดวกซื้อ ขายเบียร์แบบกดจากตู้ ไม่พบผิดกฎหมาย จะผิดก็ต่อเมื่อเป็นตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติ แต่แบบนี้ให้พนักงานกดและจ่ายเงิน ไม่ผิด เป็นที่ฮือฮาในโลกออนไลน์ กรณีที่ร้านสะดวกซื้อชื่อดังมีการตั้งตู้กดเบียร์อัตโนมัติ ทำให้ขาดื่มหลาย ๆ คนตื่นตาตื่นใจ แค่วางแก้ว แล้วกดง่าย ๆ ก็ได้เบียร์มาดื่มแล้ว ไม่ต้องเปิดฝาให้ยากลำบากอีกต่อไป

เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 4 ตุลาคม 2560 นายแพทย์อัษฎางค์  รวยอาจิณ  รองอธิบดีและโฆษกกรมควบคุมโรค ได้เดินทางไปยังย่านเยาวราช เพื่อลงพื้นที่หลังมีภาพตู้กดเบียร์ในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ย่านเยาวราช โดยนายแพทย์อัษฎางค์ ระบุว่า ลักษณะการขายคือพนักงานร้านจะเป็นผู้กดเครื่องดื่ม และผู้ซื้อจะชำระเงินกับพนักงานจึงจะได้เครื่องดื่ม ซึ่งไม่เข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 มาตรา 30 (1) การขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดย ใช้เครื่องขายอัตโนมัติ

หากจะผิดตามมาตรา 30 (1) ต้องเป็นตู้หยอดเหรียญ และรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทันที อีกทั้งยังพบว่าร้านสะดวกซื้อได้ดำเนินการปรับแก้ไขเครื่องกดเบียร์ โดยการปิดสัญลักษณ์เครื่องหมายการค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อดังกล่าวแล้ว จึงไม่พบการกระทำผิด ตามมาตรา 32

 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้อธิบายข้อกฎหมายให้พนักงานทราบเพิ่มเติม คือ ตามมาตรา 32 ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือแสดงชื่อหรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อันเป็นการอวดอ้างสรรพคุณหรือชักจูงใจให้ผู้อื่นดื่มโดยตรงหรือโดยอ้อม

นายแพทย์อัษฎางค์ กล่าวต่อไปอีกว่า กรมควบคุมโรค ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ดำเนินการร่วมกับภาคีเครือข่ายและเจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการดำเนินคดีในส่วนที่พบการกระทำผิดกฎหมาย ทั้งนี้ ขอแนะนำประชาชนหากพบเห็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ให้ร้องเรียนมายังสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โทร. 02-590-3342 หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

 

 

 

ที่มา : สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข,  สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์


รับทำ SEO โปรโมทเว็บไซต์ ให้ติดหน้าแรก Google เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ เพื่อเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจสูงสุด รับประกันอันดับทำ SEO ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ สนใจคลิกเลย! รับทำ SEO